จานลุยจิ บุฟฟ่อน ตำนานผู้รักษาประตู ทีมชาติอิตาลี และหนึ่งในไอคอนลูกหนังระดับโลก ได้ออกมาให้สัมภาษณ์อย่างตรงไปตรงมาว่า เขามองเห็นโอกาสสูงถึง “90%” ที่ทีมชาติอิตาลีจะต้องลงเล่นรอบเพลย์ออฟอีกครั้งในการคัดเลือกศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปหรือ “ยูโร” ครั้งต่อไป คำพูดของบุฟฟ่อนกลายเป็นประเด็นร้อนในวงการฟุตบอลอิตาลี เพราะมันสะท้อนทั้งความเป็นจริงอันโหดร้ายของทีมในปัจจุบัน และความคาดหวังที่แฟนบอลอัซซูรี่ยังคงแบกรับอย่างหนักหลังยุคทองที่ผ่านมานาน
บุฟฟ่อนกล่าวอย่างไม่อ้อมค้อมว่า “ผมรักทีมชาติของผมมาก แต่ในตอนนี้ หากเรามองตามความจริง อิตาลีมีโอกาสถึง 90% ที่จะต้องเล่นเพลย์ออฟเพื่อผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย มันไม่ใช่เพราะเราไม่ดีพอ แต่เพราะเรายังขาดเสถียรภาพและแรงผลักดันในเกมสำคัญ ผมเห็นสัญญาณนี้ตั้งแต่ช่วงแรกของรอบคัดเลือกแล้ว” คำพูดของเขาเรียกเสียงฮือฮาในวงการฟุตบอลอิตาลี เพราะเป็นการพูดที่ตรงและแรงจากคนที่เคยอยู่ในสนามและรู้จักทีมนี้ดีที่สุด

สำหรับแฟนบอลทั่วโลก ชื่อของบุฟฟ่อนหมายถึงความยิ่งใหญ่ ความมั่นคง และความภักดี เขาคือหนึ่งในผู้รักษาประตูที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก ผ่านการลงสนามกว่า 1,100 นัดตลอดอาชีพค้าแข้ง และรับใช้ทีมชาติอิตาลีถึง 176 นัด พร้อมพาทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2006 ที่เยอรมนี บุฟฟ่อนรู้ดีว่าความหมายของการเล่นให้ทีมชาติอิตาลีคืออะไร และเขาเข้าใจความกดดันที่ผู้เล่นยุคใหม่ต้องเผชิญในตอนนี้
คำพูดของเขาเกิดขึ้นหลังจากที่อิตาลีเสมอและแพ้ในเกมสำคัญต่อเนื่อง ทำให้สถานการณ์ในรอบคัดเลือกยุโรปกลายเป็นเรื่องน่ากังวล ทีมของลูเซียโน่ สปัลเล็ตติ ยังไม่สามารถสร้างฟอร์มที่ต่อเนื่องได้ และการเสียแต้มในเกมสำคัญกับทีมอย่างสวิตเซอร์แลนด์และยูเครนทำให้พวกเขาต้องลุ้นอย่างหนักในช่วงท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม ปัจจุบันอิตาลีอยู่ในอันดับที่ 3 ของกลุ่ม ซึ่งหากจบในตำแหน่งนี้จริง ก็จะต้องลงเล่นรอบเพลย์ออฟเพื่อชิงตั๋วไปเล่นรอบสุดท้าย
บุฟฟ่อนกล่าวต่อว่า “สิ่งที่ผมเห็นคือทีมนี้ยังไม่เจอจุดสมดุลที่แท้จริง เรามีผู้เล่นดีมากมาย แต่ยังขาดผู้นำในสนาม เราเคยมีตัวอย่างจากรุ่นก่อน ๆ ที่เต็มไปด้วยคาแรกเตอร์ เช่น คันนาวาโร่, คิเอลลินี่ หรือเด รอสซี่ พวกเขาคือคนที่ทำให้ทีมไม่หลุดในช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่ตอนนี้อิตาลีมีนักเตะที่อาจเก่งกว่าทางเทคนิค แต่ขาดจิตใจนักสู้ในเกมสำคัญ”
ประโยคนี้ของบุฟฟ่อนสะท้อนให้เห็นปัญหาเชิงลึกของวงการฟุตบอลอิตาลีในปัจจุบัน ที่หลายฝ่ายเชื่อว่าเกิดจากการขาดผู้นำในทีมชาติ หลังจากรุ่นของคิเอลลินี่ และอินซิเญ่ อำลาทีมไป อิตาลีเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านของนักเตะรุ่นใหม่ที่ยังไม่สามารถรับแรงกดดันในระดับสูงได้เต็มที่ แม้จะมีพรสวรรค์ เช่น จานลูก้า สคามัคค่า, นิโกโล่ บาเรลล่า หรือเฟเดริโก้ คิเอซ่า แต่พวกเขายังขาดความสม่ำเสมอในการรักษาฟอร์ม
บุฟฟ่อนยอมรับว่าทีมอิตาลียุคนี้เต็มไปด้วยคุณภาพ แต่ยังไม่มีความต่อเนื่อง “เราเล่นดีในบางเกม แต่ในอีกเกมหนึ่งกลับดูเหมือนทีมที่ไม่รู้จักกัน ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องของระบบและความมั่นใจ เมื่อคุณเล่นให้ทีมชาติ คุณต้องเชื่อว่าคุณสามารถเอาชนะได้ทุกทีมในยุโรป แต่ตอนนี้ผมไม่เห็นความมั่นใจแบบนั้นในสายตาของนักเตะ” เขากล่าว
ในอีกมุมหนึ่ง บุฟฟ่อนยังชื่นชมการทำงานของลูเซียโน่ สปัลเล็ตติ ว่าเป็นกุนซือที่มีแนวคิดทันสมัยและพยายามสร้างทีมขึ้นใหม่อย่างมีระบบ “ผมคิดว่าสปัลเล็ตติกำลังพยายามสร้างบางอย่างที่ดี เขาให้โอกาสนักเตะใหม่ ๆ และพยายามปรับเปลี่ยนสไตล์ของทีมให้ยืดหยุ่นมากขึ้น แต่มันต้องใช้เวลา และในฟุตบอลระดับทีมชาติ เวลาเป็นสิ่งที่เรามักไม่มี”
การที่บุฟฟ่อนพูดถึงความเป็นไปได้สูงถึง 90% ที่อิตาลีจะต้องเพลย์ออฟ ยังสะท้อนถึงความกลัวที่ฝังลึกในใจแฟนบอลอิตาลี เพราะเพียงไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ พวกเขาเคยต้องเผชิญฝันร้ายในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2018 และ 2022 ที่ทีมชาติอิตาลีตกรอบและไม่ได้ไปเล่นรอบสุดท้าย ซึ่งเป็นเรื่องที่แฟนบอลทั่วประเทศรับไม่ได้ หลังจากเคยเป็นแชมป์โลกและแชมป์ยุโรปในช่วงเวลาใกล้กัน
“ผมยังจำความรู้สึกตอนที่เราพลาดฟุตบอลโลกได้ดี” บุฟฟ่อนกล่าว “มันเป็นช่วงเวลาที่เจ็บปวดที่สุดในอาชีพของผม ผมไม่อยากเห็นภาพนั้นเกิดขึ้นอีก ผมเชื่อว่าทีมชุดนี้มีศักยภาพพอจะไปต่อ แต่พวกเขาต้องรู้ว่าความภาคภูมิใจในเสื้อตัวนี้หมายถึงอะไร ถ้าคุณไม่เล่นด้วยหัวใจ คุณจะไม่มีทางผ่านเกมเพลย์ออฟได้”
สำหรับบุฟฟ่อน ความสำเร็จของทีมชาติอิตาลีไม่ใช่เรื่องของยุทธวิธีเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของจิตใจและวัฒนธรรม “ฟุตบอลอิตาเลียนคือฟุตบอลที่เล่นด้วยสมองและหัวใจ ผมเห็นนักเตะรุ่นใหม่บางคนที่เล่นด้วยเทคนิคดีเยี่ยม แต่ยังไม่เข้าใจจิตวิญญาณของทีมชาติ คุณต้องรู้ว่าคุณเล่นเพื่อประเทศ ไม่ใช่เพื่อตัวเอง นั่นคือสิ่งที่ทำให้ทีมอิตาลีในอดีตแตกต่าง”
ในแพลตฟอร์มการวิเคราะห์ฟุตบอลอย่าง คาสิโน ufabet เว็บตรง ครบทุกเกมเดิมพัน ก็ได้พูดถึงคำพูดของบุฟฟ่อนอย่างละเอียด โดยนักวิเคราะห์ระบุว่า “สิ่งที่บุฟฟ่อนพูดไม่ใช่การวิจารณ์เชิงลบ แต่คือการเตือนด้วยความหวังดี เขาเป็นคนที่ผ่านทุกอย่างมาแล้ว และรู้ดีว่าทีมอิตาลีต้องเจอกับแรงกดดันระดับไหน การพูดถึงโอกาส 90% ที่ต้องเพลย์ออฟ อาจฟังดูรุนแรง แต่ในเชิงสถิติ มันมีน้ำหนักจริง เพราะอิตาลีเสียแต้มสำคัญในเกมที่ไม่ควรพลาด”
นักวิเคราะห์ของ ufabet บอลชุดออนไลน์ ราคาดีที่สุด ยังเสริมว่า สถานการณ์ของอิตาลีในรอบคัดเลือกนี้มีความซับซ้อนมาก เพราะตารางแข่งขันที่เหลืออยู่ต้องเจอกับคู่แข่งที่เล่นเกมรับแน่นและมีแรงจูงใจสูง ซึ่งอาจทำให้การเก็บสามแต้มเต็มเป็นเรื่องยาก การพลาดในเกมใดเกมหนึ่งอาจทำให้พวกเขาต้องตกไปอยู่ในเส้นทางเพลย์ออฟทันที
ในขณะเดียวกัน บุฟฟ่อนยังพูดถึงบทบาทของผู้นำในทีมปัจจุบัน โดยเฉพาะจานลุยจิ ดอนนารุมม่า ผู้สืบทอดตำแหน่งในทีมชาติจากเขา “ดอนนารุมม่าเป็นผู้รักษาประตูที่มีพรสวรรค์มหาศาล แต่เขาต้องเรียนรู้ที่จะเป็นผู้นำ ไม่ใช่แค่ผู้เล่น ผมเห็นเขามีศักยภาพมากพอจะเป็นกัปตันในอนาคต แต่ต้องพัฒนาในเรื่องของการสื่อสารและการควบคุมอารมณ์ เขาต้องเป็นคนที่ทำให้เพื่อนร่วมทีมเชื่อมั่นเหมือนที่ผมเคยทำ”
การกล่าวถึงดอนนารุมม่าของบุฟฟ่อนถือเป็นการส่งไม้ต่อทางจิตวิญญาณ เพราะทั้งคู่ต่างเป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งในตำแหน่งผู้รักษาประตูของอิตาลีในสองยุคที่ต่างกัน และสิ่งที่บุฟฟ่อนพยายามเน้นย้ำคือ “จิตใจของแชมป์” ที่ต้องไม่หวั่นไหวต่อแรงกดดัน ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาเชื่อว่านักเตะรุ่นปัจจุบันยังต้องเรียนรู้
ในอีกมุมหนึ่ง สื่ออิตาเลียนบางสำนักมองว่าคำพูดของบุฟฟ่อนเป็นการกดดันเชิงบวกต่อทีมชาติ เพราะเมื่อบุคคลระดับตำนานออกมาพูดถึงความเป็นจริงอย่างตรงไปตรงมา มันจะกระตุ้นให้ผู้เล่นมีแรงผลักดันมากขึ้นในการพิสูจน์ตัวเอง การยอมรับความจริงว่า “เราอาจต้องเพลย์ออฟ” คือก้าวแรกของการเปลี่ยนความกลัวให้กลายเป็นพลัง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีมอิตาลีเคยทำได้มาแล้วในอดีต
ในแง่ของแฟนบอล คำพูดของบุฟฟ่อนถูกแชร์อย่างกว้างขวางในโซเชียลมีเดีย หลายคนแสดงความคิดเห็นว่า “บุฟฟ่อนพูดในสิ่งที่ทุกคนคิดแต่ไม่มีใครกล้าพูด” เพราะสถานการณ์ของอิตาลีในรอบคัดเลือกครั้งนี้ไม่ต่างจากความจริงที่เกิดขึ้นก่อนฟุตบอลโลก 2022 ที่พวกเขาพลาดตั๋วไปอย่างน่าเจ็บปวด
อย่างไรก็ตาม บุฟฟ่อนไม่ได้พูดในเชิงสิ้นหวัง เขาทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงมั่นใจว่า “ผมยังเชื่อว่าเราจะผ่านไปได้ ไม่ว่าจะต้องเพลย์ออฟหรือไม่ก็ตาม เพราะสุดท้ายแล้ว อิตาลียังมีหัวใจของผู้ชนะ เราอาจสะดุด แต่เราจะไม่ล้มถาวร ผมเชื่อว่าทีมนี้จะกลับมาได้ ถ้าพวกเขาเชื่อในตัวเอง”
คำพูดสุดท้ายนี้ทำให้แฟนบอลจำนวนมากรู้สึกถึงพลังบางอย่างที่ออกมาจากตำนานผู้ชายคนนี้ ผู้ที่ไม่เคยยอมแพ้แม้ในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดในชีวิตค้าแข้งของเขา เพราะบุฟฟ่อนรู้ดีว่า “ทีมชาติอิตาลี” ไม่ใช่แค่ชื่อทีมฟุตบอล แต่คือสัญลักษณ์ของจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้และความภาคภูมิใจของชาติ
ในมุมของผู้วิเคราะห์จาก ทางเข้า ufabet ออโต้ เข้าเร็วไม่สะดุด ได้สรุปคำพูดของบุฟฟ่อนว่า “นี่ไม่ใช่การตำหนิ แต่คือการปลุกเร้า อิตาลียังมีเวลาพิสูจน์ และถ้าใครรู้ว่าทีมนี้จะกลับมาได้อย่างไร คน ๆ นั้นคือบุฟฟ่อน” ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าคำพูดของตำนานคนนี้มีพลังมากกว่าการวิเคราะห์ทั่วไป เพราะมันมาจากประสบการณ์และหัวใจของคนที่เคยผ่านทุกอย่างมาแล้ว
สำหรับแฟนบอลอิตาเลียนทั่วโลก คำพูดของบุฟฟ่อนในครั้งนี้คือการเตือนให้ตื่นจากความฝันและหันกลับมามองความจริง แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นประกายแห่งความหวัง เพราะตราบใดที่ยังมีคนรุ่นเขาที่คอยพูดความจริงด้วยความรัก ทีมชาติอิตาลีก็จะไม่มีวันหลงทางไปอย่างแท้จริง