หลุยส์ เอ็นรีเก้ กับการเริ่มต้นใหม่ในเวทียุโรป
หลุยส์ เอ็นรีเก้ เข้ามารับตำแหน่งกุนซือของปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง ท่ามกลางความกดดันที่หนักหน่วง หลังจากสโมสรจากกรุงปารีสถูกคาดหวังมานานหลายปีให้สามารถผงาดคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาครองได้สำเร็จ แต่ความพยายามตลอดหลายฤดูกาลที่ผ่านมาแม้จะมีนักเตะระดับโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเนย์มาร์, เมสซี่ หรือเอ็มบัปเป้ ก็มักสะดุดในช่วงสำคัญเสมอ เมื่อเอ็นรีเก้เข้ามา ความคาดหวังสูงขึ้นทันทีเพราะเขามีโปรไฟล์ชัดเจนกับการเคยพาบาร์เซโลน่าคว้า “ทริปเปิลแชมป์” การเริ่มต้นของปารีสภายใต้การนำของเอ็นรีเก้ในฤดูกาลนี้ถือว่าน่าประทับใจ ทีมแสดงให้เห็นถึงการเล่นที่เป็นระบบ มีระเบียบ และสามารถคว้าผลการแข่งขันที่ต้องการได้ในรอบแบ่งกลุ่ม การที่กุนซือชาวสเปนแสดงออกถึงความพอใจเป็นเรื่องที่สะท้อนว่าแผนการของเขากำลังเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง สำหรับแฟนบอลแล้ว การได้เห็นความกระหายและแรงจูงใจจากทั้งนักเตะและกุนซือถือเป็นสัญญาณที่ดีของการไล่ล่าความสำเร็จในถ้วยใหญ่ของยุโรป อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในรอบแรกไม่อาจการันตีการไปถึงเป้าหมายสุดท้าย แต่การวางรากฐานที่มั่นคงและสร้างบรรยากาศในทีมที่เต็มไปด้วยพลังบวกถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนทีมไปข้างหน้าได้ เอ็นรีเก้ในฐานะกุนซือที่ผ่านประสบการณ์ระดับสูง ย่อมเข้าใจดีว่าความต่อเนื่องและการรักษามาตรฐานคือกุญแจสำคัญที่จะทำให้ปารีสก้าวไปได้ไกลกว่าเดิมในแชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนี้ และนี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้แฟนบอลมองอนาคตอย่างมีความหวัง แท็กติกของเอ็นรีเก้: การสร้างสมดุลระหว่างเกมรุกและเกมรับ หนึ่งในสิ่งที่น่าจับตามองมากที่สุดของปารีสในยุคเอ็นรีเก้คือการปรับแท็กติกที่สร้างความสมดุลระหว่างเกมรุกอันดุดันและเกมรับที่รัดกุม ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ปัญหาของทีมคือการพึ่งพาดาวดังด้านเกมรุกมากเกินไป แต่เมื่อถึงรอบลึกของยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เกมรับที่เปราะบางกลับเป็นจุดอ่อนที่คู่แข่งฉวยโอกาสเล่นงาน เอ็นรีเก้เข้ามาด้วยแนวทางการทำทีมที่ยึดมั่นในรูปแบบการครองบอล และการเพรสซิ่งตั้งแต่แดนบน นักเตะอย่างเอ็มบัปเป้ได้รับอิสระในพื้นที่เกมรุก ขณะที่แผงมิดฟิลด์ได้รับหน้าที่ในการเชื่อมต่อและปิดช่องว่างไม่ให้คู่แข่งมีโอกาสโต้กลับง่าย